รู้หรือไม่ วิธีลดภาษี ที่ถูกต้องช่วยให้ผู้มีรายได้ในไทยประหยัดเงินปีละหลายหมื่นบาท และปี 2026 กรมสรรพากรอัปเดตเงื่อนไขสิทธิ์ลดหย่อนใหม่หลายรายการที่คนทำงานและเจ้าของธุรกิจต้องรู้ทัน

วิธีลดภาษีในประเทศไทย

หากรู้จักรายการหักลดหย่อนที่ใช้งานได้จริงทั้งสำหรับตัวเอง ครอบครัว ประกัน การลงทุน หรือโครงการรัฐ คุณจะรักษาสิทธิ์และลดความเสี่ยงจากการยื่นผิด

พร้อมอัปเดตวิธีลดหย่อนและข้อควรระวังสำหรับปีภาษีล่าสุด สแกนทุกกลยุทธ์ที่ทำได้ในบทความนี้

สาระสำคัญ

  • วางแผนใช้สิทธิลดหย่อนส่วนตัว ครอบครัว และคู่สมรส/บุตร เพื่อประหยัดภาษีสูงสุด
  • ลงทุน RMF/SSF ตามเงื่อนไข ลดหย่อนภาษีสูงสุด 500,000/200,000 บาท
  • ลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต/สุขภาพ สูงสุด 100,000-200,000 บาท และ 25,000 บาท
  • ใช้สิทธิ์โครงการรัฐ เช่น Easy e-Receipt และ เที่ยวดีมีคืน พร้อมเก็บหลักฐานครบ
  • บริจาคผ่านโครงการรัฐ/หน่วยงานลดหย่อน 2 เท่า และใช้ e-Donation เพื่อลดข้อผิดพลาด
  • ตรวจเอกสารและยื่นภาษีตรงเวลาเพื่อใช้สิทธิ์ครบและหลีกเลี่ยงค่าปรับ
  • ปรับแผนลดหย่อนตามอาชีพ เน้นประกัน/กองทุนสำหรับพนักงาน ลงทุน/โครงการรัฐสำหรับเจ้าของกิจการ
  • อัปเดตข้อมูลปี 2026 ผ่าน e-Filing เพื่อใช้สิทธิ์ลดหย่อนสูงสุด

วิธีลดภาษีที่ควรรู้: กลยุทธ์หลักสำหรับปี 2026

10 กลยุทธ์ลดหย่อนภาษีที่คนไทยนิยมใช้

ใช้วิธีลดหย่อนภาษีอย่างมีประสิทธิภาพปี 2026 ด้วยกลยุทธ์สำคัญที่เหมาะกับแต่ละกลุ่มอาชีพ

ตัวอย่างกลยุทธ์พื้นฐานที่ได้รับความนิยม ได้แก่

  • ใช้ค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว: ตัวเอง 60,000 บาท คู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ 60,000 บาท บุตรที่เกิดหลังปี 2561 คนละ 60,000 บาท
  • นำเบี้ยประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันบำนาญไปลดหย่อนในวงเงินที่กฎหมายกำหนด
  • ลงทุนผ่าน RMF ลดหย่อนได้ 30% ของรายได้ สูงสุด 500,000 บาท หรือ SSF สูงสุด 200,000 บาท
  • ใช้สิทธิบริจาค 2 เท่าในโครงการรัฐ หรือสนับสนุนกีฬากับพรรคการเมือง
  • เข้าร่วมโครงการ Easy e-Receipt ลดหย่อนเพิ่มเติม 50,000 บาท และเที่ยวดีมีคืน สูงสุด 30,000 บาท

เลือกใช้กลยุทธ์ให้เหมาะสม เช่น พนักงานประจำควรเน้นประกันและกองทุน ส่วนเจ้าของกิจการควรบริหารเงินลงทุนและใช้โครงการรัฐ

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก กรมสรรพากร

ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยงในการวางแผนภาษี

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการวางแผนภาษีมีดังนี้

  • ยื่นเอกสารไม่ครบหรือใช้หลักฐานไม่ถูกต้องตามที่กรมสรรพากรกำหนด
  • ยื่นภาษีล่าช้า อาจถูกปรับและเสียสิทธิประโยชน์บางรายการ
  • วางแผนหรือเลือกประเภทสิทธิลดหย่อนผิด ทำให้ใช้วงเงินไม่เต็มที่

ตรวจสอบสิทธิ์ผ่านระบบออนไลน์ของกรมสรรพากรหรือขอคำปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาด

การวางแผนภาษีที่แม่นยำช่วยประหยัดเงินได้จริง ควรเตรียมการล่วงหน้าและตรวจสอบสิทธิ์ทุกปีเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เงื่อนไขและรายการลดหย่อนภาษีปี 2026: อัปเดตล่าสุด

รายการลดหย่อนภาษีใหม่และความเปลี่ยนแปลงสำคัญ

ผู้มีเงินได้ปี 2026 สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้มากขึ้น ผ่านการอัปเดตรายการและเงื่อนไขใหม่ที่ต้องทราบทันที

รายการหลักที่ควรตรวจสอบ ได้แก่:

  • ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท
  • คู่สมรสไม่มีเงินได้ 60,000 บาท
  • บุตรที่เกิดก่อนปี 2561 คนละ 30,000 บาท
  • บุตรที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 คนละ 60,000 บาท
  • อุปการะบิดามารดา คนละ 30,000 บาท สูงสุด 4 คน

เลือกใช้สิทธิลดหย่อนใหม่ เช่น

  • โครงการ Easy e-Receipt: สูงสุด 50,000 บาท
  • โครงการเที่ยวดีมีคืน: สูงสุด 30,000 บาท

เตรียมเอกสารให้ครบ:

  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้ขอและคู่สมรส
  • สูติบัตรบุตร
  • หลักฐานเงินได้และค่าใช้จ่าย
  • เอกสารการบริจาค/ลงทุนที่ถูกต้องและตรวจสอบย้อนกลับ
  • วางแผนภายในสิ้นปีเพื่อให้ใช้สิทธิ์ได้ครบถ้วน

แนะนำอ่านข้อมูลเพิ่มเติมจาก กรมสรรพากร

ค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว: ใช้อย่างไรให้คุ้ม

การจัดการสิทธิลดหย่อนแต่ละรายการอย่างครบถ้วนทำให้ประหยัดภาษีได้สูงสุดในปี 2026

ตัวอย่างการวางแผนสำหรับแต่ละกลุ่ม:

  • พนักงานควรคำนวณหักค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัวก่อนเพื่อลดฐาน
  • เจ้าของกิจการใช้สิทธิร่วมกับโครงการรัฐและการลงทุน

บันทึกค่าลดหย่อนกลุ่มครอบครัว:

  • วางแผนค่าลดหย่อนบุตรให้ตรงปีเกิด
  • ตรวจสอบเงินได้ของผู้สูงอายุในครอบครัวให้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี

การใช้สิทธิ์ลดหย่อนอย่างชาญฉลาด ต้องเริ่มจากการอัปเดตข้อมูลและจัดเตรียมหลักฐานให้ครบในทุกขั้นตอน

ใช้สิทธิประกันชีวิตและสุขภาพลดหย่อนภาษี

วิธีเลือกประกันเพื่อประหยัดภาษี: ต้องรู้อะไรบ้าง

เลือกประกันชีวิตหรือสุขภาพที่เข้าหลักเกณฑ์จะช่วยลดหย่อนได้เต็มสิทธิปี 2026

  • เบี้ยประกันชีวิตทั่วไป (คุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป) ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท
  • ประกันชีวิตแบบบำนาญลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ สูงสุด 200,000 บาท
  • เบี้ยประกันสุขภาพตนเองลดหย่อนได้ไม่เกิน 25,000 บาท

ประกันลดหย่อนต้องชำระเบี้ยครบตามเงื่อนไข ระยะเวลาคุ้มครองมีผลต่อสิทธิ
ควรแยกประกันเพื่อประหยัดภาษี กับประกันที่ไม่ได้ลดหย่อน เพื่อความถูกต้อง

เทคนิควางแผนประกันครอบครัวเพื่อสิทธิลดหย่อนสูงสุด

ใช้เบี้ยของครอบครัวให้ครบถ้วนตามเงื่อนไข จะได้สิทธิเต็มที่ เช่น

  • เบี้ยประกันสุขภาพของพ่อแม่แต่ละคน ลดหย่อนได้ไม่เกิน 15,000 บาท (พ่อแม่ต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี)
  • วางแผนโดยชำระเบี้ยประกันปีละเท่าไรก็ต้องไม่เกินเพดานแต่ละประเภท
  • ตรวจสอบสิทธิ์ก่อนชำระเบี้ย เพื่อป้องกันการจ่ายเกินเงื่อนไข

ตัวอย่าง: หากลูกค้าชำระเบี้ยประกันชีวิตบำนาญ 190,000 บาท และประกันสุขภาพตนเอง 24,000 บาท จะใช้สิทธิได้ครบถ้วนตามเงื่อนไขปี 2026

การเลือกและวางแผนประกันตามเพดานช่วยประหยัดภาษีอย่างคุ้มค่าและป้องกันการจ่ายเงินโดยไม่ได้สิทธิครบถ้วน

ประหยัดภาษีผ่านกองทุนและการลงทุน

วิธีใช้ RMF, SSF, ESG, และ Social Enterprise ลดหย่อนภาษี

การเลือกลงทุนในกองทุน RMF, SSF, Thai ESG, Thai ESGx และ Social Enterprise เป็นหนึ่งในวิธีลดภาษีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในปี 2026

ผู้อ่านควรเข้าใจเงื่อนไขและเพดานการลดหย่อนแต่ละประเภท เช่น

  • RMF: ลดหย่อน 30% ของรายได้ สูงสุด 500,000 บาท
  • SSF: ลดหย่อนได้สูงสุด 200,000 บาท โดยต้องถือครอง 10 ปี
  • Thai ESG และ ESGx: ลดหย่อนได้ 30% ของรายได้ สูงสุด 300,000 บาท
  • Social Enterprise: ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท

เลือกกองทุนให้เหมาะกับเป้าหมายและระยะเวลาการลงทุน ตัวอย่างเช่น เจ้าของธุรกิจที่ต้องการสภาพคล่องอาจเลือก SSF เพราะเวลาถือครองสั้นกว่า RMF

ข้อควรพิจารณา ได้แก่

  • เงินต้นต้องล็อคตามระยะเวลากำหนด
  • ความผันผวนของตลาดและความเสี่ยงของแต่ละกองทุน
  • ด้านเอกสารการลงทุนและการขอสิทธิลดหย่อนต้องถูกต้อง

เตรียมพร้อมและวางแผนครบวงจรการลงทุนเพื่อภาษี

การวางแผนการลงทุนร่วมกับการออม เช่น กบข., กอช., PVD และเงินสมทบประกันสังคมก็สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้พร้อมกัน ภายใต้เงื่อนไขแต่ละประเภท

ตรวจสอบสิทธิ์และเลือกลงทุนให้เหมาะสมกับสถานะการเงิน โดย

  • ตรวจสอบข้อจำกัดเงินได้และเพดานแต่ละรายการ
  • คิดคำนวณสัดส่วนออมในแต่ละประเภทให้ได้ประโยชน์สูงสุด
  • เตรียมเอกสารหลักฐานครบถ้วนเพื่อความถูกต้องทุกขั้นตอน

หากต้องการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ แนะนำดูข้อมูลจาก สมาคมบริษัทจัดการลงทุน

การวางแผนภาษีผ่านการลงทุนที่รอบคอบเปิดทางให้ขยายโอกาสทางการเงิน คุ้มค่าทุกเม็ดเงินที่จ่ายเพื่ออนาคตและลดภาษีอย่างมีประสิทธิภาพ

ลดหย่อนภาษีจากการบริจาคและโครงการรัฐ

ประหยัดภาษีด้วยการบริจาค: เงื่อนไขและโอกาสสำคัญ

ลดหย่อนภาษีปี 2026 สามารถใช้เงินบริจาคได้หลากหลายประเภท โดยแต่ละประเภทมีสิทธิ์และวงเงินต่างกัน

หลักเกณฑ์สำคัญประกอบด้วย

  • บริจาคทั่วไป: ลดหย่อนได้ตามจริง สูงสุด 10% ของเงินได้สุทธิหลังหักค่าลดหย่อน
  • บริจาคเพื่อการศึกษา กีฬา พัฒนาสังคม หรือสถานพยาบาลรัฐ: ลดหย่อนได้ 2 เท่าของยอดที่บริจาค
  • บริจาคพรรคการเมือง: ลดหย่อนได้ไม่เกิน 10,000 บาท

ตรวจสอบหน่วยรับบริจาคที่ถูกต้องผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร และเก็บหลักฐาน เช่น ใบเสร็จหรือรายการผ่าน e-Donation

สิทธิพิเศษจากโครงการภาครัฐและดอกเบี้ยบ้าน

หลากหลายโครงการของรัฐใช้ลดหย่อนภาษีได้ในปี 2026

ตัวอย่างสิทธิ์และเงื่อนไขประกอบด้วย

  • โครงการ Easy e-Receipt: ลดหย่อนสูงสุด 50,000 บาท จากการใช้จ่ายกับร้านค้าที่เข้าร่วม
  • โครงการเที่ยวดีมีคืน: ลดหย่อน 30,000 บาท หรือ 1.5 เท่า เมื่อท่องเที่ยวในเมืองรอง
  • ดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้าน: ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาทต่อปี สำหรับผ่อนบ้านตามกฎหมายภาษี

อ่านรายละเอียดโครงการล่าสุดที่ เว็บไซต์กระทรวงการคลัง

วางแผนบริจาคหรือใช้สิทธิโครงการรัฐควบคู่กับดอกเบี้ยบ้าน สามารถช่วยลดภาระภาษีได้จริง เพียงตรวจสอบหลักฐานและพิสูจน์สิทธิ์อย่างถูกต้อง.

FAQ: วิธีลดภาษีในประเทศไทย

สิทธิ์ลดหย่อนภาษีประเภทต่าง ๆ มีอะไรบ้าง?

  • ประกันชีวิตหลายฉบับ: หักลดหย่อนได้รวมกันสูงสุดตามกฎหมาย ไม่ใช่แยกแต่ละฉบับ เช่น เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ ลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ สูงสุด 200,000 บาทต่อปี
  • เงินออมประกันสังคม/กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD): สามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้ทั้งสองแบบพร้อมกัน โดยต้องอยู่ในกรอบสูงสุดของแต่ละประเภท เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ ไม่เกิน 500,000 บาท
  • เงินบริจาคสิทธิลดหย่อน 2 เท่า: ต้องเป็นหน่วยรับบริจาคตามประกาศกรมสรรพากร มีหลักฐานชัดเจน เช่น การบริจาคผ่าน e-Donation
  • สิทธิ์ลดหย่อนบุตรปี 2561 เป็นต้นไป: ลดหย่อนได้สูงสุดคนละ 60,000 บาทต่อปี มากกว่าบุตรที่เกิดก่อนปี 2561

ควรวางแผนและยื่นสิทธิ์ลดหย่อนภาษีอย่างไรให้ถูกต้องและครบถ้วน?

  • ตรวจสอบเพดาน/สิทธิ์ของแต่ละรายการในระบบ e-Filing ก่อนยื่นแบบ
  • วางแผนใช้เงินออมและประกันให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับทั้งตนเองและครอบครัว
  • ใช้ e-Donation เพื่อลดความยุ่งยากและรับสิทธิ์ลดหย่อนอย่างถูกต้อง

เมื่อตรวจสอบข้อมูลครบถ้วนล่วงหน้า จึงสามารถวางแผนลดหย่อนภาษีได้อย่างมั่นใจและถูกต้อง ลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดในการยื่นภาษีได้จริง

บทสรุป

การวางแผนลดหย่อนภาษีอย่างมีประสิทธิภาพไม่ใช่เพียงการปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น แต่เป็นกลยุทธ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการเงินและสร้างความมั่นใจในทุกปี

คุณสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้ โดยทบทวนสิทธิ์ลดหย่อนส่วนบุคคลและครอบครัว ใช้ประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนที่มีสิทธิ์ลดหย่อน จัดเตรียมเอกสารล่วงหน้า และใช้โครงการรัฐใหม่ ๆ ให้เต็มที่

เพื่อให้ทุกขั้นตอนรอบคอบและเหมาะกับสถานการณ์เฉพาะของคุณ ติดต่อ Themis Partner ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำแนะนำที่ชัดเจนและปฏิบัติได้จริง ช่วยให้คุณลดภาษีอย่างถูกกฎหมาย พร้อมเปิดประโยชน์ใหม่ ๆ ทำให้กฎระเบียบที่ซับซ้อนกลายเป็นเรื่องง่ายและเป็นไปได้ทั้งธุรกิจและเป้าหมายส่วนบุคคลของคุณ