จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยใช้เวลาพิจารณาเฉลี่ย 16 เดือน แต่การวางแผนอย่างรอบคอบตั้งแต่แรกช่วยลดความเสี่ยงถูกปฏิเสธและประหยัดต้นทุนได้มาก
ในปี 2026 ธุรกิจไทยต้องเน้นสร้างความแตกต่างของแบรนด์ พร้อมจัดการเอกสารให้ถูกต้องทุกขั้นตอน จึงจะสามารถปกป้องสิทธิ์ทางการค้าอย่างมืออาชีพ

ทุกปีมีคำขอยื่นจดใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การออกแบบเครื่องหมายและคัดเลือกโลโก้อย่างมีเอกลักษณ์จึงสำคัญต่อโอกาสอนาคต
หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ ผู้ประกอบการ หรือกำลังเริ่มสร้างแบรนด์ ข้อมูลฉบับนี้จะสรุปขั้นตอน เคล็ดลับ และค่าธรรมเนียมที่ควรรู้ เพื่อให้คุณจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้อย่างมั่นใจและปกป้องทรัพย์สินของตนเองอย่างแท้จริง
สาระสำคัญ
- ตรวจสอบเครื่องหมายล่วงหน้า เพื่อลดความเสี่ยงการซ้ำซ้อน โดยค้นหาในระบบกรมทรัพย์สินฯ และตรวจสอบกลุ่มสินค้าอย่างละเอียด
- ออกแบบเครื่องหมายให้โดดเด่น เพื่อเพิ่มโอกาสจดทะเบียน หลีกเลี่ยงคำสามัญหรือรูปที่คล้ายของเดิม
- เตรียมเอกสารให้ครบ รวมแบบคำขอ ก.01 รูปเครื่องหมาย และข้อมูลผู้ยื่น พร้อมตรวจความถูกต้องทุกครั้ง
- เลือกช่องทางยื่นที่เหมาะสม เช่น e-Filing เพื่อความรวดเร็ว หรือยื่นด้วยตนเองหากต้องการคำแนะนำเจ้าหน้าที่
- วางแผนงบประมาณล่วงหน้า โดยคิดค่าธรรมเนียมเริ่มต้น 500 บาทต่อประเภท และค่าใช้จ่ายอื่นตามความจำเป็น
- เลือกยื่นเองหรือตัวแทน หากเอกสารไม่ซับซ้อนยื่นเองได้ แต่ตัวแทนช่วยลดความเสี่ยงในคดีที่มีรายละเอียดมาก
- ต่ออายุเครื่องหมายตรงเวลา เครื่องหมายคุ้มครอง 10 ปี และต่ออายุภายใน 90 วันก่อนหมดอายุ ค่าธรรมเนียม 2,000 บาท
- ปกป้องสิทธิ์จากการละเมิด โดยยื่นคัดค้านภายใน 90 วันหลังประกาศ และเก็บหลักฐานการใช้เครื่องหมายให้ครบถ้วน
สารบัญ
-
ขั้นตอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทย: เส้นทางครบถ้วนปี 2026
-
เตรียมเอกสารจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าอย่างไรไม่ตกหล่น
-
ยื่นคำขอต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา: ทางเลือก ช่องทาง และขั้นตอนสำคัญ
-
ค่าใช้จ่ายจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและการบริหารงบประมาณ
-
ต่ออายุ ปกป้อง และจัดการสิทธิ์เครื่องหมายการค้าอย่างมืออาชีพ
-
FAQ: จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
-
บทสรุป
ขั้นตอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทย: เส้นทางครบถ้วนปี 2026
ตรวจสอบความพร้อม: วิธีป้องกันการซ้ำซ้อนและความเสี่ยง
เริ่มต้นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าควรค้นหาก่อนว่ามีเครื่องหมายที่ซ้ำหรือคล้ายในระบบหรือไม่
สามารถค้นหาเครื่องหมายการค้าได้ผ่านเว็บไซต์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP Thailand) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
หากค้นหาที่กรมฯ จะมีค่าธรรมเนียม 100 บาทต่อชั่วโมง
เคล็ดลับการค้นหา ได้แก่
- ใช้คำหลักที่หลากหลาย
- ตรวจสอบทั้งชื่อและลักษณะกราฟิก
- เปรียบเทียบเครื่องหมายในกลุ่มสินค้าเดียวกัน
ปัญหาที่พบบ่อยคือรูปแบบหรือชื่อที่คล้ายกับเครื่องหมายเดิมจนเกิดความเสี่ยงถูกปฏิเสธ
เคล็ดลับจัดการความโดดเด่น: ทำไมความแตกต่างสำคัญ
เครื่องหมายการค้าไทยต้องมี “ลักษณะบ่งเฉพาะ” คือแตกต่างจากเครื่องหมายผู้อื่นอย่างชัดเจน
ข้อผิดพลาดที่ทำให้เครื่องหมายถูกปฏิเสธ เช่น
- ใช้คำสามัญพื้นฐาน (เช่น “กาแฟ” สำหรับกาแฟ)
- เลือกโลโก้หรือชื่อที่ออกเสียงหรือเขียนใกล้เคียงของเดิม
สร้างแบรนด์ให้โดดเด่นโดย
- ใช้คำหรือภาพที่คิดค้นขึ้นใหม่
- เลียนแบบไม่ได้ง่าย
- ตรวจสอบความหมายเชิงวัฒนธรรม
จำไว้ว่าการค้นหาและออกแบบเครื่องหมายที่แตกต่างอย่างรอบคอบ จะเพิ่มโอกาสจดทะเบียนสำเร็จ ลดเวลาพิจารณา และสร้างภาพลักษณ์มืออาชีพทันสมัย
สำหรับข้อมูลละเอียดเพิ่มเติมและตัวอย่างการค้นหา ดูที่ DIP Thailand
การตรวจสอบและออกแบบเครื่องหมายการค้าอย่างเป็นระบบ คือจุดเริ่มต้นของการป้องกันแบรนด์และลดต้นทุนในระยะยาว
เตรียมเอกสารจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าอย่างไรไม่ตกหล่น
เอกสารหลักและข้อกำหนด: รายการที่ต้องเตรียมครบ
เริ่มต้นด้วยการรวบรวมเอกสารหลักให้ครบทุกข้อ เพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้าในขั้นตอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
รายการที่ต้องเตรียม ได้แก่
- แบบคำขอจดทะเบียน (แบบ ก.01)
- รูปเครื่องหมาย ขนาดไม่เกิน 5×5 เซนติเมตร
- สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง (บุคคลธรรมดา)
- สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล (กรณีนิติบุคคล, ออกไม่เกิน 6 เดือน)
- หนังสือมอบอำนาจ (กรณีใช้ตัวแทนหรือต่างชาติ)
ชาวต่างชาติที่ไม่มีภูมิลำเนาในไทยต้องระบุที่อยู่ตัวแทนในประเทศและใช้หนังสือมอบอำนาจ
กรอกทุกเอกสารเป็นภาษาไทยและตรวจทานก่อนยื่น เพื่อลดข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อย
หลักฐานประกอบและข้อควรระวัง: ลดข้อผิดพลาดก่อนยื่น
เตรียมหลักฐานเพิ่มเติม หากสถานะเปลี่ยนแปลง เช่น
- ใบเปลี่ยนชื่อ
- สำเนาใบเปลี่ยนสัญชาติ
ตรวจสอบความครบถ้วนก่อนยื่น โดย
- ทบทวนเอกสารทุกฉบับ
- ตรวจสอบลายเซ็นและข้อมูลผู้ขอ
- ตรวจสอบรูปเครื่องหมายตรงตามขนาดที่กำหนด
ข้อผิดพลาดที่ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่รับพิจารณา เช่น ข้อมูลไม่ตรงกับเอกสารหลัก, รูปเครื่องหมายผิดขนาด หรือขาดหนังสือมอบอำนาจ
ตรวจสอบตัวอย่างเอกสารและแนวทางล่าสุดจาก กรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อความถูกต้องสูงสุด
ยื่นคำขอต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา: ทางเลือก ช่องทาง และขั้นตอนสำคัญ
วิธีการยื่นคำขอ: เลือกช่องทางที่ใช่สำหรับคุณในปี 2026
การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในปี 2026 สามารถเลือกได้ 4 ช่องทางหลัก แต่ละทางมีข้อได้เปรียบและข้อควรรู้ต่างกัน
- ยื่นที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา: ติดต่อกรมโดยตรง, ได้รับคำแนะนำทันที
- ยื่นที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด: สะดวกสำหรับธุรกิจต่างจังหวัด
- ส่งไปรษณีย์ลงทะเบียน: เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทาง
- ระบบ e-Filing: ประหยัดเวลา, ไม่มีข้อจำกัดด้านเวลาทำการ, ตรวจสอบสถานะออนไลน์ (อัปเดต e-Filing)
ตัวอย่าง: ในกรณี SME ที่ต้องการความเร็ว e-Filing ช่วยลดระยะเวลาการดำเนินการได้อย่างมีนัยสำคัญ
เจาะลึกกระบวนการพิจารณา: จะผ่านหรือโดนปฏิเสธ?
หลังยื่นคำขอ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารและพิจารณาว่าเครื่องหมายมีความบ่งเฉพาะตามกฎหมายไทย
- ตรวจสอบเอกสารและลักษณะต้องห้าม
- พิจารณาความแตกต่างจากเครื่องหมายแบรนด์อื่น
- หากพบข้อผิดพลาด จะมีหนังสือแจ้งให้แก้ไข
7 วิธีเลี่ยงการถูกปฏิเสธ:
- ตรวจสอบชื่อเครื่องหมายในระบบ DIP ก่อนยื่น
- เลือกเครื่องหมายไม่เหมือนหรือคล้ายของผู้อื่น
- ใช้คำบ่งเฉพาะสินค้า/บริการ
- หลีกเลี่ยงสัญลักษณ์ทางศาสนา/ชาติ
- กรอกเอกสารครบถ้วน
- ยื่นเอกสารเสริมตามกรณี
- เก็บหลักฐานการยื่นทุกขั้นตอน
เลือกช่องทางที่ตรงกับความต้องการ จะช่วยให้กระบวนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารวดเร็วและลดปัญหาในอนาคตได้ เครื่องหมายที่เตรียมดี ยื่นอย่างถูกต้อง จะมีโอกาสพิจารณาผ่านในเวลาเฉลี่ยเพียง 16 เดือน พร้อมปกป้องธุรกิจของคุณทันทีที่ได้รับหนังสือสำคัญ
ค่าใช้จ่ายจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและการบริหารงบประมาณ
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายแฝง: งบจริงควรเตรียมเท่าไร
การเตรียมงบประมาณสำหรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับทุกธุรกิจ
ค่าธรรมเนียมหลักที่ควรรู้ ได้แก่
- ค่าค้นหาเครื่องหมายการค้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา (100 บาทต่อชั่วโมง)
- ค่าธรรมเนียมยื่นคำขอ: 500 บาทต่อสินค้า/บริการ 1 อย่าง
- ค่าธรรมเนียมรับจดทะเบียน: 300 บาทต่อสินค้า/บริการ 1 อย่าง
ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมควรคำนึง เช่น
- ค่าขยายประเภทสินค้าและบริการ
- ค่าตัวแทนเป็นกรณีพิเศษสำหรับชาวต่างชาติหรือบริษัทต่างประเทศ
การวางแผนงบประมาณรอบคอบ ช่วยให้ธุรกิจควบคุมต้นทุนและหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายเกินแผน
กลยุทธ์ประหยัดค่าใช้จ่าย: ทางเลือกทำเองหรือตัวแทน
จดทะเบียนเองมักเสียเฉพาะค่าธรรมเนียม แต่ต้องตรวจสอบเอกสารและขั้นตอนด้วยตนเอง
การจ้างตัวแทน
- มักมีค่าบริการเพิ่มเติมที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับข้อตกลงและขอบเขตงาน
- ตัวแทนขึ้นทะเบียนที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา (สามารถตรวจสอบรายชื่อสำนักงานตัวแทนได้ที่เว็บไซต์กรมฯ)
- เหมาะสำหรับกรณีเอกสารซับซ้อนหรือไม่มีเจ้าหน้าที่ภายใน
วางแผนงบประมาณด้วยข้อมูลที่ชัดเจน เป็นกุญแจสำคัญในการทำธุรกิจอย่างมืออาชีพ พร้อมปกป้องและบริหารทรัพย์สินทางปัญญาอย่างมั่นใจ
ต่ออายุ ปกป้อง และจัดการสิทธิ์เครื่องหมายการค้าอย่างมืออาชีพ
วิธีต่ออายุและป้องกันทรัพย์สินทางปัญญา: รักษาสิทธิ์ยั่งยืน
การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยมีอายุคุ้มครอง 10 ปีต่อครั้ง สามารถต่ออายุได้ตลอดภายใน 90 วันก่อนครบกำหนด
เตรียมเอกสารที่ใช้ต่ออายุ ได้แก่
- แบบขอต่ออายุ (ก.07)
- สำเนาหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียน
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือรับรองนิติบุคคล
- ค่าธรรมเนียม 2,000 บาทต่อสินค้า/บริการ 1 รายการ
ตั้งระบบแจ้งเตือนวันหมดอายุไว้ เพื่อป้องกันการขาดสิทธิ์
สิทธิ์การคัดค้านและการฟ้องร้องตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ช่วยปกป้องแบรนด์จากผู้ละเมิด
กลยุทธ์รับมือการละเมิด: การคัดค้านและการร้องเรียน
หากพบการละเมิดหรือมีคำขอจดเครื่องหมายคล้ายคลึง ให้ดำเนินการ
- ยื่นคัดค้านภายใน 90 วันหลังประกาศโฆษณาในราชกิจจานุเบกษา
- ร้องเรียนผ่านระบบระงับข้อพิพาทของกรมทรัพย์สินทางปัญญา
เลือกใช้กลยุทธ์ เช่น
- เก็บหลักฐานการใช้เครื่องหมาย
- ติดต่อนิติกรเพื่อดำเนินการทางกฎหมาย
- ตรวจสอบสถานะขอจดทะเบียนอย่างใกล้ชิด
ศึกษาแนวทาง IP enforcement เพิ่มเติมได้ที่ WIPO Thailand
การต่ออายุเครื่องหมายการค้าและรับมือการละเมิดต้องวางแผนล่วงหน้า ติดตามกำหนดวันสำคัญ และเตรียมเอกสารให้พร้อมคือเครื่องมือสำคัญในการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาอย่างมืออาชีพ
FAQ: จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในไทยสามารถใช้คุ้มครองในต่างประเทศได้หรือไม่?
เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาให้ความคุ้มครองเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น
หากต้องการคุ้มครองในประเทศอื่น แนะนำให้ใช้ระบบ Madrid Protocol เพื่อยื่นคำขอระหว่างประเทศ ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
- ไทยเป็นสมาชิก Madrid Protocol ตั้งแต่ปี 2017
- สามารถยื่นผ่านกรมทรัพย์สินทางปัญญาโดยตรง เพื่อขยายสิทธิ์ในประเทศสมาชิกต่าง ๆ
- ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Madrid Protocol ดูที่ WIPO
ถ้าเอกสารมีข้อผิดพลาด สามารถแก้ไขหลังยื่นคำขอได้หรือไม่?
มีสิทธิ์ขอแก้ไขเอกสารหลังการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า โดยต้องดำเนินการภายในกรอบเวลาที่เจ้าหน้าที่กำหนด
- การแก้ไขอาจส่งผลต่อระยะเวลาการพิจารณาและขั้นตอน
- เจ้าหน้าที่จะแจ้งรายการเอกสารที่ต้องแก้ไข หรือต้องยื่นเพิ่มเติม
- การกรอกเอกสารให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ช่วยเร่งกระบวนการได้อย่างมาก
ควรเลือกจดทะเบียนหลายประเภทสินค้าหรือแยกแต่ละประเภทอย่างไร?
การจดทะเบียนรวมหลายประเภทสินค้าในคำขอเดียว ช่วยประหยัดขั้นตอน
- ยื่นหลายประเภทในคำขอเดียว คิดค่าธรรมเนียมแยกประเภท/สินค้า (เริ่มต้น 500 บาทต่ออย่าง)
- แยกสมัครแต่ละประเภท เพิ่มความยืดหยุ่นด้านการบริหารสิทธิ์และอายุการต่ออายุ
- เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีสินค้าหลากหลายหรือวางแผนขยายตลาดในอนาคต
แบรนด์ที่จดทะเบียนล่วงหน้ามีสิทธิ์อะไรเหนือผู้ที่ใช้ภายหลัง?
ผู้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าก่อนจะได้รับสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการใช้เครื่องหมายนั้นตามกฎหมายไทย (พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า)
- มีสิทธิในการห้ามหรือดำเนินคดีต่อผู้ใช้เครื่องหมายที่เหมือนหรือคล้ายกัน
- ช่วยปกป้องแบรนด์และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างเป็นรูปธรรม
การวางแผนจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแต่เนิ่น ๆ จะช่วยป้องกันความขัดแย้งทางสิทธิ์และสร้างความมั่นใจในการดำเนินธุรกิจระยะยาว
บทสรุป
จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคือก้าวสำคัญสู่ความมั่นคงทางธุรกิจและการสร้างทรัพย์สินทางปัญญาที่แท้จริง
เริ่มต้นได้เลยวันนี้ด้วย 3 ขั้นตอน:
- ตรวจสอบชื่อและออกแบบเครื่องหมายให้แตกต่าง
- เตรียมเอกสารครบถ้วนตามข้อกำหนด
- วางแผนงบประมาณล่วงหน้าและตั้งระบบติดตามวันหมดอายุ
ให้ Themis Partner เป็นผู้ช่วยของคุณในการวางแผน เช็กเอกสาร และนำทางทุกขั้นตอนจนจดทะเบียนสำเร็จ
เราพร้อมให้คำปรึกษาและช่วยเหลือแบบมืออาชีพเพื่อปกป้องแบรนด์คุณให้ยั่งยืน
